เยอรมนีประกาศแผนที่จะทยอยเลิกใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ภายในปี 2045 พร้อมยืนยันยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก
เยอรมนี ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป ประกาศแผนการทยอยเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นทางการภายในปี 2045 พร้อมทั้งยืนยันยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้เยอรมนีกลายเป็นประเทศที่สามต่อจากฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ ที่จัดทำแผนยุติการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในการประชุม COP28
อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กลับเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมุมมองที่ขัดแย้งกันเองจากทั้งองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานภายในของรัฐบาลเยอรมนี โดยกลุ่มกรีนพีซและ WWF ที่มองว่าแม้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่รัฐบาลยังคงมีความย้อนแย้งจากการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำมัน
ความขัดแย้งเชิงนโยบายยังปรากฏชัดเจนเมื่อ แคเธอรีนา ไรเช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจากพรรคอนุรักษ์นิยม ออกมาสนับสนุนให้สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซแห่งใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และเรียกร้องให้คงบทบาทของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกไว้ ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ครองส่วนแบ่งการจดทะเบียนใหม่ 100% ภายในปี 2035 เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งของประเทศ
ขอบคุณแหล่งที่มาจาก springnews






















