10 วิธีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“ปัญหาสิ่งแวดล้อม” หนึ่งในปัญหาของโลกเราที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนาน ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันและกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก ซึ่งต้นตอหรือที่มาของปัญหาสิ่งแวดล้อมก็เกิดมาจากมนุษย์เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเผาป่าจนเกิดเป็นควันพิษลอยไปบนชั้นบรรยากาศ การทิ้งขยะลงคลองจนน้ำเหม็นเน่าและทำลายระบบนิเวศในน้ำเสียสิ้น หรือแม้แต่มลพิษต่างๆจากยานพาหนะที่ขับขี่ในแต่ละวัน ก็ล้วนแต่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะมารวมพลังกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรอบตัว เริ่มต้นง่ายๆจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราก่อน วันนี้เราจึงมี 10 วิธีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาฝากกัน ชวนเพื่อน ชวนคนในบ้านมาลองทำด้วยกันง่ายๆดังนี้
วิธีที่ 1 ใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ใหม่
การใช้ซ้ำ(Reuse) หมายถึงการนำสิ่งของที่ยังใช้ได้กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้น เช่นถุงพลาสติกหรือพวกกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ และก่อนซื้อของใหม่ ควรพิจารณาว่าของเก่าที่มีอยู่สามารถนำมาใช้ได้หรือไม่ ของบางอย่าง อาจชำรุดเพียงเล็กน้อย อย่าเพิ่งทิ้ง แต่ให้ทำการซ่อมแซมแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ อย่างเช่นพวกเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รถยนต์ หรือเครื่องปรับอากาศ หรือใช้กระดาษให้ครบทั้งสองหน้า เพราะกว่าจะได้กระดาษแต่ละแผ่นที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จะต้องมีการตัดต้นไม้เพื่อนำเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตกระดาษในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นให้ใช้กระดาษอย่างคุ้มค่า หรือถ้ายังสามารถนำไปใช้ห่อขยะหรือรองเศษฝุ่นต่อก็สามารถทำได้ เพราะการทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวได้ด้วย
การรีไซเคิล(Recycle) หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการนำสิ่งของต่างๆที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วไปผ่านกระบวนการแปรรูปจนเกิดเป็นสิ่งใหม่และสามารถนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์อย่างอื่นได้ ซึ่งนั่นหมายถึงจะต้องมีการแยกขยะก่อนทิ้ง เพราะขยะบางประเภท เช่นขวดแก้ว กระดาษ หรือพลาสติก สามารถนำไปรีไซเคิล ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้
วิธีที่ 2 เลือกใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับโลก
ปัจจุบันสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือพวกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีต่างๆ ต่างให้ความสนใจในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน เป็นอีกหนทางที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะเป็น โซล่าร์ เซลล์ (Solar Cell) .บ้านประหยัดพลังงาน ที่ควบคุมการเปิด ปิดไฟด้วยสมาร์ทโฟน หรือ หลอดไฟ LED รุ่นประหยัดพลังงาน ซึ่ง 1 หลอด เมื่อเทียบกับหลอดไฟฟูลออเรสเซนต์ สามารถช่วยประหยัดถ่านหินหนักไปได้มากถึง272 กิโลกรัม ตลอดอายุของหลอดไฟนั้น ไม่เพียงเท่านั้น คุณยังสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ โดยในตอนกลางวันให้เปิดหน้าต่างเพื่อรับแสงจากดวงอาทิตย์เข้ามาส่องสว่างในบ้านแทนการใช้ไฟ ซึ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์ ยังสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคที่มองไม่เป็น เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้อีกต่อ
วิธีที่ 3 ใช้ถุงผ้า ไม่รับถุงพลาสติก
การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากถุงพลาสติดย่อยสลายได้ยาก ซึ่งถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึง 450 ปี และถ้าหากนำไปเผาไฟก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งกลายเป็นมลภาวะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และทราบไหมว่าหากทุกคนหันมาใช้ถุงผ้าเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน ก็จะสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านถุง/ปีเลยทีเดียว และการใช้ถุงผ้าการใช้ถุงผ้ายังช่วยลดการปนเปื้อนของสารก่อมะเร็งได้อีกด้วย
วิธีที่ 4 หมั่นดูแลรักษารถยนต์
การหมั่นเช็ค ตรวจสภาพ ดูความผิดปกติรถยนต์อย่างสม่ำสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือการเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด จะทำให้การไหลของอากาศภายในรถยนต์ดีขึ้น ส่งผลต่อการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ไม่ให้มีควันหรือเขม่าดำ ลดการสร้างมลพิษได้อย่างดียอดเยี่ยมเลยทีเดียว
วิธีที่ 5 แปรรูปขยะสดให้เป็นปุ๋ย
เชื่อว่าแต่ละบ้านผลิตขยะสดกันในปริมาณที่ค่อนข้างมากในแต่ละวัน จะดีกว่าไหม ถ้าลองเปลี่ยนขยะสดที่เหลือๆใปใส่ต้นไม้หรือบางท่านได้มีการนำขยะบางชนิดไปหมักทำเป็นปุ๋ยเช่นกัน อย่างเปลือกส้มที่ดูเหมือนไม่มีคุณค่า แต่ถ้าได้นำมาผสมกับน้ำตาลทราย ทำเป็นน้ำเอนไซม์ รดต้นไม้เกิดดอกออกผลกันเต็มที่เลยทีเดียวค่ะ
วิธีที่ 6 พกกระติกน้ำแทนการใช้แก้วน้ำพลาสติก
ขึ้นชื่อว่าพลาสติกก็ย่อยสลายยากทั้งนั้น ดังนั้นการหันมาพกกระติกน้ำแทนการใช้แก้วพลาสติก นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะได้แล้ว ยังดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นการฝึกให้เราดื่มน้ำได้บ่อยขึ้นจากกระติกส่วนตัวของเราเอง
วิธีที่ 7 หลีกเลี่ยงการใช้โฟม
โดยปกติ โฟมใช้เวลาในการย่อยสลายถึง 1,000 ปี โดยผลิตจากโพลีสไตรีน ซึ่งมีสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เป็นพิษต่างร่างกายของคนเราได้อีกด้วย ดังนั้นการงดใช้โฟมจึงดีทั้งต่อสุขภาพของเราเองและดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
วิธีที่ 8 งดเผาเศษใบไม้
เศษใบไม้จากต้นไม้ 1 ต้น ถ้าเผาจะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ถึง 80 กิโลกรัม ทำให้เกิดฝุ่น 18 กิโลกรัมเลยทีเดียว ไม่เพียงทำให้สิ่งแวดล้อมแย่ แต่ยังทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจอีกด้วย
วิธีที่ 9 ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน
สำหรับท่านใดที่บ้านอยู่ใกล้กัน หรือเป็นทางผ่าน ก็สามารถแวะรับเพื่อนร่วมงานติดรถไปทำงานด้วยก็จะเป็นการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ลดการจราจรติดขัด และลดมลพิษทางอากาศได้ด้วย
วิธีที่ 10 สร้างพื้นที่สีเขียวบริเวณบ้าน
การปลูกต้นไม้บริเวณรอบบ้าน สามารถช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศภายในบ้านให้ลดลงได้มากถึง 50% และร่มเงาของต้นไม้ยังทำให้บ้านเย็นขึ้นแบบที่ไม่ต้องเปิดแอร์ก็ได้ นอกจากจะสร้างความสดชื่น ร่มรื่นให้กับบ้านแล้ว ต้นไม้ยังช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์แก่เราด้วยเช่นกัน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์รักษาไว้ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีวันหมดหรือเสื่อมโทรมไป ดังนั้น การสร้างความตระหนักถึงปัญหา การส่งเสริมโดยการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมสนับสนุนให้เกิดแนวทางในการดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งที่จะต้องทำควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสิ่งแวดล้อมดีๆจะอยู่กับเราไปนานๆ
ติดตามข่าวสารและบทความเกี่ยวกับ The Sustain – ธุรกิจและความยั่งยืน พลังงาน ภาวะโลกร้อน ทรัพยากรธรรมชาติ